จาก 8 ปีในห้องแล็บ สู่ต้นแบบชุดตรวจช้างในเวลา 1 เดือน: เมื่อ OmniFlex™ พบกับนักวิจัยที่ใช่

ช้างตัวหนึ่งล้มป่วยในตอนเช้า — สัตวแพทย์ต้องเดินทางหลายชั่วโมงเพื่อไปถึง เก็บเลือดส่งแล็บ แล้วรอผล บางครั้งผลที่ได้กลับมาคือข่าวเศร้าที่มาช้าเกินไป เพราะ EEHV คือไวรัสที่สามารถคร่าชีวิตช้างได้ภายใน 72 ชั่วโมง
นี่คือโจทย์ที่ อ.ดร. ธัญมาส กันธวัง แบกรับมา 8 ปี

โรคที่โลกยังไม่มีคำตอบที่เร็วพอ
ไวรัส EEHV (Elephant Endotheliotropic Herpesvirus) หรือโรคเลือดออกในช้าง เป็นหนึ่งในภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดของช้างเอเชีย ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดภาวะเลือดออกและบวมน้ำเฉียบพลัน และสามารถคร่าชีวิตได้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังแสดงอาการ
กลุ่มที่เสี่ยงที่สุดคือช้างเด็กอายุ 3–8 ปี — ช่วงที่ภูมิคุ้มกันจากแม่เริ่มลดลงหลังหย่านม จากสถิติ ประเทศไทยสูญเสียช้างจากโรคนี้ปีละกว่า 10 เชือก และปัญหาใหญ่ไม่ใช่แค่ความรุนแรงของโรค แต่คือความล่าช้าในการตรวจ
"กว่าจะเดินทางไปถึงช้างในพื้นที่ห่างไกล กว่าจะเก็บเลือดส่ง กว่าจะได้ผล — ช้างก็เสียชีวิตไปแล้ว"
อ.ดร. ธัญมาส กล่าวถึงสิ่งที่เห็นมาตลอดหลายปีจากการทำงานร่วมกับศูนย์อนุรักษ์ช้าง
8 ปีบนเส้นทางสายเดียว
อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์และศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้นี้ เริ่มงานวิจัย EEHV ตั้งแต่ปี 2560 — ก่อนที่ชุดตรวจ ATK จะเป็นที่รู้จักของสาธารณชนเสียด้วยซ้ำ เธอฝันถึงชุดตรวจที่เจ้าหน้าที่พกพาได้ เจาะเลือดช้างแล้วหยดลงแผ่นตรวจ รอแค่ 10–15 นาที ก็รู้ผล
ฝันที่ดูเรียบง่าย แต่ในความเป็นจริงมันต้องการมากกว่าแค่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
การพัฒนาชุดตรวจ Rapid Test ที่ใช้งานได้จริงในสนาม ต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ต้องเลือกวัสดุที่เหมาะสม ต้องออกแบบตั้งแต่แรกโดยคำนึงว่าจะผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างไร — และนั่นคือช่องว่างที่นักวิจัยหลายคนตกหลุมอยู่ตลอดหลายปี
จุดเปลี่ยน: เมื่อพบกับ Affinome Innovation Acceleration Program

Affinome Innovation Acceleration Program (IAP) ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง ภายใต้แนวคิด "Collaborative Platform for Diagnostic Innovation" โดย ดร.วที สีสวย ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Affinome
ไอเดียคือ แทนที่นักวิจัยจะต้องแก้ปัญหาการผลิตด้วยตัวเอง Affinome เปิดให้นักวิจัยเข้ามาพัฒนาชุดตรวจบน OmniFlex™ Universal Platform — แพลตฟอร์มที่บีบอัดกระบวนการผลิตระดับโรงงานและระบบ QMS มาตรฐาน ISO 13485 ไว้ในรูปของ Kit ที่ใช้ในห้องแล็บทั่วไปได้
เมื่อนักวิจัยพัฒนาบน OmniFlex™ ต้นแบบที่ได้จะถูกออกแบบให้พร้อมส่งโรงงานผลิตจริงได้ทันที — ไม่ต้องวิศวกรรมใหม่ ไม่ต้องเริ่มกระบวนการซ้ำ
สิ่งที่นักวิจัยจะได้รับจาก IAP
✔ OmniFlex™ Kit (OFX-CONP + OFX-LSTB) และวัสดุวิจัย มูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท
✔ การให้คำปรึกษาทางเทคนิคโดยทีมวิจัย Affinome
✔ การฝึกอบรมการใช้แพลตฟอร์ม OmniFlex™
✔ สิทธิ์ใช้งาน OmniFlex™ เพื่อพัฒนาต้นแบบ
✔ ทุนสนับสนุน 100,000 บาท เมื่อสำเร็จภายใน 6 เดือน / 50,000 บาท เมื่อสำเร็จภายใน 12 เดือน
1 เดือน จาก 8 ปี

หลังจากเข้าร่วม IAP อ.ดร. ธัญมาส เริ่มต้นพัฒนาชุดตรวจ EEHV บน OmniFlex™ ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้แม้แต่ทีมวิจัยเองก็ประหลาดใจ
ภายใน 1 เดือน ต้นแบบชุดตรวจ EEHV ที่ใช้งานได้จริงถูกสร้างขึ้น บรรลุเป้าหมายการวิจัยมากกว่า 80% พร้อมกับความไวในการตรวจที่ดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาร่วมกับ UTech University เพื่อนำเทคโนโลยีนาโนบอดีมาเพิ่มความจำเพาะและความแม่นยำของชุดตรวจในระยะต่อไป
"นักวิจัยเรามักจะมีกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ แต่การทำให้สิ่งที่เราคิดเกิดเป็นรูปเป็นร่างและใช้งานได้จริงอาจต้องการความเชี่ยวชาญอีกแบบหนึ่งมาเสริม ในเวลาอันสั้น เราสามารถพัฒนาชุดตรวจต้นแบบได้ ไม่เพียงแค่สามารถใช้งานได้จริง แต่ต้นแบบถูกออกแบบโดยคำนึงถึงกระบวนการผลิตในโรงงานตั้งแต่ต้น"
— อ.ดร. ธัญมาส กันธวัง, คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ชุดตรวจที่ได้ออกแบบให้พกพาง่าย เจ้าหน้าที่ภาคสนามสามารถเจาะเลือดช้างและหยดลงแผ่นตรวจได้ทันที รู้ผลภายใน 10–15 นาที และที่สำคัญที่สุด: สามารถตรวจได้แม้ก่อนที่ช้างจะแสดงอาการ
วิสัยทัศน์ที่ใหญ่กว่าช้าง

ดร.วที สีสวย ผู้ออกแบบ IAP กล่าวว่า EEHV เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เป้าหมายที่แท้จริงคือการสร้าง ecosystem ที่เชื่อมงานวิจัยไทยเข้ากับอุตสาหกรรม IVD ในระดับสากล
"ปัญหาของไทยไม่ใช่ขาดนักวิจัยที่เก่ง แต่คือไม่มีสะพานที่เชื่อมห้องแล็บกับโรงงาน OmniFlex™ และ IAP คือสะพานนั้น"
ปัจจุบัน อ.ดร. ธัญมาส กำลังวางแผนขยายงานวิจัยไปยังโรคพิษสุนัขบ้า และโรคในสัตว์เศรษฐกิจ ในขณะที่ Affinome เตรียมขยายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับช้างทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

คุณสมบัติของนักวิจัยที่สมัครเข้า IAP ได้
IAP เปิดรับนักวิจัยทั่วประเทศไทยที่ต้องการพัฒนาชุดตรวจ Rapid Test สำหรับโรคของมนุษย์หรือสัตว์ โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้
มีโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนแล้ว (แสดงหลักฐาน)
มี CV และแผนโครงการ (Project Plan) ที่ชัดเจน
ผลงานวิจัยสามารถต่อยอดสู่ชุดตรวจ Rapid Test ได้
มีความพร้อมดำเนินโครงการภายใน 6 เดือน
หากงานวิจัยของคุณมีศักยภาพที่จะกลายเป็นชุดตรวจที่ช่วยชีวิตคน — หรือช้าง — IAP พร้อมเป็นสะพานนั้น
สนใจสมัครหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ติดต่อ ดร.วที สีสวย | watee.s@affinome.com

